หลายคนคงเคยได้ยินว่า คำว่า “ลูก” นั้นคือโซ่ทองคล้องใจเส้นสำคัญของชีวิตคู่ ดังนั้นเมื่อคู่รักคู่ใดกำลังประสบปัญหาภาวะการมีบุตรยากคงจะเป็นเรื่องที่น่าทุกข์ใจอยู่ไม่น้อย      ภาวะการมีบุตรยาก คือ การที่คู่สมรสหรือบุคคลใดที่มีความสัมพันธ์ทางเพศอยู่เสมอเป็นเวลา 12 – 24 เดือนขึ้นไป แต่ยังไม่มีการตั้งครรภ์เกิดขึ้น แม้ว่าจะไม่มีการใช้การคุมกำเนิดรูปแบบใดเลยก็ตาม     โดยสาเหตุของภาวะการมีบุตรยากก็เกิดได้จากหลายสาเหตุ อาจเกิดจากฝ่ายชาย ฝ่ายหญิง หรือจากทั้งสองฝ่ายก็เป็นได้ ดังนั้น เราจะมาทราบถึงสาเหตุที่อาจเป็นบ่อเกิดของปัญหาภาวะการมีบุตรยากของ “เพศหญิง” กันว่ามีสาเหตุใดบ้างที่เข้าข่ายต้นเหตุปัญหาน่าหนักใจนี้ อายุมากทำให้มีปัญหาตามมา เพราะอายุที่มากขึ้นทำให้เกิดฮอร์โมนและความเปลี่ยนแปลง และเสี่ยงต่อภาวะไข่ไม่ตก ท่อรังไข่อุดตัน มีเนื้องอกในมดลูก มีพังผืดเกิดขึ้นในช่องเชิงกรานหรือที่ปีกมดลูก และโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ มีความเครียด เพราะฮอร์โมนจากความเครียดจะรบกวนการทำงานของฮอร์โมนในระบบสืบพันธุ์ ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ การดื่มแอลกอฮอลล์ที่มากไป อาจส่งผลให้โอกาสในการมีลูกลดลงมากถึง 50% เพราะร่างกายได้รับแอลกอฮอลล์ที่มากเกินไป สูบบุหรี่จัด การสูบบุหรี่เฉลี่ยแล้วมากกว่าวันละ 10 มวน อาจส่งผลให้มีลูกยากได้กว่าผู้หญิงทั่วไปถึง 3 เท่า เพราะบุหรี่จะลดประสิทธิภาพของมดลูกที่เป็นที่ฝังของตัวอ่อนContinue Reading

                          อาจจะรู้สึกไม่ดีสักเท่าไร เพราะเป็นอะไรที่ไม่ได้มาจากธรรมชาติ น้ำตาลเทียมก็เช่นเดียวกัน เพราะน้ำตาลกลุ่มนี้เป็นสิ่งที่มนุษย์ทำการสังเคราะห์ขึ้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการด้านความหวานแบบไร้พลังงาน แต่ก็ไม่ใช่ว่าน้ำตาลเทียมทุกชนิดจะมีโทษเสมอไป จะเห็นได้ว่าในโลกของเรานี้ มีวิวัฒนาการด้านอาหารและสารเคมีที่ก้าวหน้าและพัฒนาอยู่เสมอ จนบางครั้งอาจมีการคิดค้นสารเคมีใหม่ๆเพื่อนำมาใช้ในวงการอุตสาหกรรมอาหารมากขึ้น แต่สารบางอย่างอาจยังไม่ถูกตรวจสอบความปลอดภัยในการบริโภค ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อร่างกายทั้งในระยะสั้นหรือระยะยาวได้ การตรวจสอบฉลากจึงเป็นสิ่งหนึ่งที่จะสามารถป้องกันอันตรายจากการบริโภคอาหารต่างๆได้ เพราะส่วนผสมที่อยู่ในอาหารนั้นๆจำเป็นจะต้องถูกตรวจสอบและผ่านการอนุมัติมาแล้วทั้งสิ้น เอซซัลเฟม เค (acesulfame K) เป็นอีกหนึ่งในน้ำตาลเทียมที่ปลอดภัยในการบริโภค สารให้ความหวานชนิดนี้ผลิตโดยการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างโมเลกุลของ Acetoacetic acid และรวมตัวกับ โพแทสเซียมไอออนเพื่อให้มีความเสถียรมากยิ่งขึ้น ให้ความหวานสูงกว่าน้ำตาลทราย 200 เท่า และไม่ให้พลังงาน เอซซัลเฟม เค เป็นสารเคมีที่อยู่ตัวในสภาพการใช้งานทั่วๆไปในอาหาร และจากการทดสอบต่างๆ ไม่แสดงว่าจะเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค ปัจจุบันมีการใช้สารให้รสหวานชนิดนี้ในน้ำอัดลม เครื่องดื่มอื่นๆ ลูกกวาด และของหวานต่างๆ เป็นต้น สารให้ความหวานชนิดต่อมาถูกเรียกกันว่าContinue Reading