ผมร่วงมากกว่าปกติ เกิดจากปัจจัยภายนอกและปัจจัยภายในอะไรบ้าง

ปกติแล้วจะมีผมที่หยุดการเจริญและหลุดร่วงไป วันละ 50-100 เส้น แต่ในบางภาวะอาจทำให้ผมร่วงได้มากกว่าปกติ เช่น มีประวัติพันธุกรรม ผมร่วง ผมบาง หัวล้าน ที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากพ่อแม่ คุณแม่หลังคลอด การเจ็บป่วยเรื้อรัง การเสียเลือด การใช้ยาบางชนิด การขาดสารอาหาร และภาวะเครียดทางจิตใจ

ผมร่วง เกิดจากอะไร
พญ.ศกุนี นิรันดร์วิชย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาตจวิทยา รพ. สมิติเวช สุขุมวิท ระบุว่า ในทางการแพทย์ จะแบ่งภาวะผมร่วง ออกเป็น ผมร่วงแบบไม่มีแผลเป็น (non-scarring alopecia) และผมร่วงแบบมีแผลเป็น (scarring alopecia) สำหรับปัจจัยที่ทำให้เกิดผมร่วง จะแบ่งออกเป็น ปัจจัยภายนอก และ ปัจจัยภายในที่กระตุ้นให้ผมร่วงผิดปกติ

ปัจจัยภายนอกที่ทำให้ผมร่วง ผมบาง

  • การใช้ยาบางชนิด เช่น ยากดภูมิคุ้มกัน ยาเคมีบำบัด ยาละลายลิ่มเลือด ยากันชัก ยาลดความดันบางชนิด ยารักษาโรคข้อเสื่อมข้ออักเสบ ยาลดความเครียดบางชนิด ยารักษาสิวที่มีส่วนผสมของวิตามินเอ ยาคุมกำเนิด
  • การติดเชื้อราที่หนังศีรษะ
  • การฉายรังสีจากการรักษามะเร็ง
  • หนังศีรษะได้รับการบาดเจ็บจากการถูกดึง แกะ เกา จนทำให้เป็นแผล
  • เส้นผมถูกดึงรั้งต่อเนื่องเป็นเวลานาน เช่น จากที่ติดผม การมัดผม การถักเปียติดหนังศีรษะ
  • สารเคมีในผลิตภัณฑ์ดัด ย้อม ทำสีผม
  • เส้นผมที่โดนความร้อนสูงจากที่หนีบผม หรือแสงแดด ทำให้เคราตินในเส้นผมถูกทำลาย ผมจึงเปราะง่าย ขาดร่วงง่าย

ปัจจัยภายในที่ทำให้ผมร่วง ผมบาง

  • ผมร่วงจากกรรมพันธุ์และฮอร์โมน (Androgenetic alopecia, AGA) มักพบเด่นในเพศชาย เกิดได้ทั้งจากการถ่ายทอดยีนเด่นบนโครโมโซมร่างกาย และการถ่ายทอดแบบหลายปัจจัยจากหลายยีนร่วมกับปัจจัยทางสิ่งแวดล้อม (multifactorial inheritance) ทำให้หนังศีรษะมีความไวต่อฮอร์โมนดีเอชที dihydrotestosterone (DHT) จึงทำให้เส้นผมลีบและร่วงง่าย มีอายุสั้นกว่าปกติ ส่วนใหญ่อาการจะเริ่มแสดงให้เห็นตั้งแต่อายุ 18-25 ปี และจะร่วงเพิ่มมากขึ้นตามวัย วิธีสังเกต คือ ผมบริเวณด้านหน้าและ ตรงกลางศีรษะ จะบางลง และพบประวัติครอบครัวเป็นโรคศีรษะล้านจากพันธุกรรม
  • โรคผมร่วงเป็นหย่อม (Alopecia areata, AA) เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติ ทำให้เซลล์รอบรากผมอักเสบ จนไม่สามารถผลิตเส้นผมขึ้นมาใหม่ได้
  • ผมร่วงจากความเครียดของร่างกายหรือการเจ็บป่วยรุนแรง (Telogen effluvium) เกิดจากร่างกายมีการเจ็บป่วยรุนแรงไม่ว่าจะเป็นทางใจหรือทางกาย ส่งผลให้เส้นผมระยะ Telogen หลุดร่วงออกมาเร็วและมากกว่าปกติ ผมมักร่วงหลังการเจ็บป่วยประมาณ 3 เดือน ภาวะเจ็บป่วยที่กระตุ้นผมร่วงชนิดนี้ เช่น มีไข้สูง ไข้เลือดออก ความเครียดสะสม การเปลี่ยนแปลงระดับของฮอร์โมนแบบเฉียบพลันซึ่งพบได้ในคุณแม่หลังคลอดที่มักจะมีอาการ ผมร่วงหลังคลอด เป็นต้น
  • ภาวะดึงผมที่เกิดจากปัญหาทางจิตใจ (Trichotillomania)
  • โรคแพ้ภูมิตนเอง SLE/DLE (Systemic Lupus Erythematosus, Discoid Lupus Erythematosus)
  • ไทรอยด์ฮอร์โมนผิดปกติ
  • ภาวะขาดสารอาหารบางชนิด เช่น ขาดธาตุเหล็ก ขาดโปรตีน ลดน้ำหนักลงอย่างรวดเร็ว ขาดวิตามินดี เป็นต้น
  • โรคถ่ายทอดทางพันธุกรรมแต่กำเนิด ที่ทำให้การสร้างเส้นผมผิดปกติ
  • โรคติดเชื้อบางชนิด เช่น ซิฟิลิส

เก็บของมีค่าไว้ตรงไหนดี ให้ปลอดภัยที่สุด 

การที่เราที่เรามีของมีค่าไว้ที่บ้าน เราก็คงสงสัยว่าจะเก็บของมีค่าไว้ตรงไหนดี ให้ปลอดภัยที่สุด เพราะหากเราวางของมีค่าเอาไว้ในที่ทุกคนหาได้ง่าย เมื่อโจรเข้ามา หรือมีคนที่ไม่หวังดีเข้ามา เขาคงจะเห็นแล้วเอาไปอย่างแน่นอน 

1.โหลสารพัดประโยชน์
บรรดาโหลใส่ของในครัว ไม่ว่าจะเป็นน้ำตาล พริกไทย งา ฯลฯ ให้เรานำแกนทิชชูใส่ลงไปตรงกลางขวดโหล เพื่อทำให้ในขวดโหลเกิดช่องว่างและสามารถซ่อนของมีค่าได้ เมื่อซ่อนสิ่งเหล่านั้นแล้วจะสามารถนำขวดเหล่านี้ไปรวมกับโหลอื่นๆ ได้โดยไม่ต้องเป็นจุดสังเกต

2.กระถางต้นไม้ไม่ได้มีไว้แค่ประดับบ้าน
อีกจุดหนึ่งที่น่าสนใจคือการนำของมีค่า ไม่ว่าจะเป็นเงินสด ทองคำใส่กล่อง หรือถุงพลาสติกแล้วมัดให้เรียบร้อยก่อนจะนำไปฝังดินในกระถางต้นไม้

3.เล่นกลในลิ้นชัก
บอกแบบนี้นึกภาพกันออกไหม วิธีการก็คือเมื่อนำของมีค่าไปวางไว้ที่ก้นลิ้นชักแล้วให้หาแผ่นไม้ที่มีขนาดและสีเหมือนกันลิ้นชักปิดทับไว้อีกชั้น แค่นี้ก็สามารถใช้งานได้ไม่ต่างกัน นอกจากนั้นยังไม่มีใครสงสัยอีกด้วย

4.กรอบรูปวิธีสุดคลาสสิก
ไม่ว่าจะคิดวิธีซ่อนแบบไหน วิธีนี้ยังใช้ได้เสมอ นั่นคือการซ่อนเงิน ของมีค่าไว้หลังกรอบรูป แต่ควรนำกรอบรูปนั้นไปตั้งหรือแขวนร่วมกับกรอบรูปอื่นๆ เพื่อไม่ให้เป็นจุดสังเกต

5.หนังสือ
หลายคนก็คิดถึงวิธีนี้ เพราะมันทำได้ง่าย และมักไม่ค่อยมีคนสังเกต เพียงแต่คุณควรจำให้ได้ว่าซ่อนเงินไว้ในหนังสือเล่มไหน

6.เต้ารับปลั๊กไฟ
เป็นอีกหนึ่งวิธีแนะนำนั่นคือการทำเต้ารับปลั๊กไฟปลอมๆ ไปติดกับผนังเพื่อซ่อนเงินหรือทองคำเอาไว้ อีกอย่างโจรไม่น่าจะพยายามแงะเต้ารับปลั๊กไฟออกเพื่อดูว่ามีเงินซ่อนอยู่หรือเปล่า การเก็บของมีค่าเอาไว้ตรงนี้ ก็ถือว่าเป็นความคิดที่ดีทีเดียว

7.ตู้เย็น
หากคิดจะซ่อนเงินสด ทองคำ หรือของมีค่าอื่นๆ ไว้ในตู้เย็นให้นำไปใส่ขวดโหล กล่องขนม จากนั้นจึงนำไปเก็บไว้ในตู้เย็นรวมกับอาหารอื่นๆ จะได้ปลอดภัยไร้กังวล นอกจากในตู้เย็นแล้ว บริเวณด้านหลังตู้เย็นที่มีส่วนปิดการทำงานของเครื่องทำความเย็นนั้นอาจกลายเป็นอีกหนึ่งตำแหน่งสำหรับซ่อนของมีค่าได้

8.กระป๋องสีเก่า
กระป๋องสีเก่า ที่ไม่มีสีแล้ว และถูกวางรวมไว้ในโรงจอดรถ ห้องเก็บของเป็นอีกจุดหนึ่งที่เหมาะสำหรับการเก็บซ่อนของมีค่า แต่คุณต้องจำให้แม่นยำนะว่าอยู่ในกระป๋องใบไหน

สำหรับวิธี เก็บของมีค่าไว้ตรงไหนดี ให้ปลอดภัยที่สุด ที่เรานำมานั้น เป็นเพียงวิธีที่เราได้ยกตัวอย่างขึ้นมาเพื่อเป็นแนวทางให้ หากคุณคิดว่าเป็นวิธีที่ไม่เวิคร์ ก็สามารถคิดและทำตามสิ่งที่ตัวเองคิดได้เลย

เรื่องน่ารู้ของกล้วย และวิธีปลูกกล้วย

ถ้าถามว่าผลไม้อะไรเป็นผลไม้สุดโปรดของไทย ก็อาจจะมี กล้วย เป็นคำตอบนั้นด้วย เพราะกลัวยนัี้นมีความอร่อย หาง่าย ราคาไม่แพง แถมยังมีประโยชน์อีกเพียบ กล้วยจึงเหมาะกับการสร้างรายได้ให้คนไทยมากๆ เพราะคนนิยมนำกล้วยมาใช้ประโยชน์กันเยอะ วันนี้เราจึงนำบทความ เรื่องน่ารู้ของกล้วย และวิธีปลูกกล้วย มาฝากทุกคนกัน

เรื่องน่ารู้ของกล้วย
กล้วย (Banana) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Musa sapientum Linn. เป็นผลไม้ยอดนิยมของคนไทย และเป็นพืชเศรษฐกิจของประเทศ ถิ่นกำเนิดอยู่ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ไทย ลาว พม่า เวียดนาม มาเลเซีย และอินโดนีเซีย มีวิวัฒนาการมานานถึง 50 ล้านปีแล้ว ปัจจุบันแพร่กระจายไปทั่วโลก โดยประเทศอินเดียได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่ปลูกกล้วยมากที่สุดในโลก

พันธุ์กล้วย
กล้วยในเมืองไทยมีมากมายหลากหลายสายพันธุ์ ดังนั้นจึงมีการแยกชนิดออกตามจีโนมหรือข้อมูลทางพันธุกรรม ซึ่งปัจจุบันแบ่งออกเป็น 8 กลุ่ม ได้แก่
1 กลุ่ม AA : มีต้นกำเนิดมาจากกล้วยป่า ส่วนใหญ่จะมีขนาดเล็ก รสหวาน กลิ่นหอม เช่น กล้วยไข่ กล้วยเล็บมือนาง กล้วยหอม และกล้วยน้ำนม
2 กลุ่ม AAA : มีต้นกำเนิดมาจากกล้วยป่า ส่วนใหญ่จะมีขนาดใหญ่ ผลเรียวยาว เนื้อนุ่ม รสหวาน กลิ่นหอม เช่น กล้วยนาก กล้วยหอมทอง กล้วยหอมเขียว และกล้วยไข่พระตะบอง
3 กลุ่ม BB : มีต้นกำเนิดมาจากกล้วยตานี ไม่ค่อยพบในประเทศไทย นิยมกินผลอ่อน ไม่กินผลแก่ และคนไทยส่วนใหญ่มักจะบริโภคบริเวณปลีและหยวกมากกว่า
4 กลุ่ม BBB : มีต้นกำเนิดมาจากกล้วยตานี ขนาดค่อนข้างใหญ่ เนื้อไม่ค่อยนุ่ม รสไม่ค่อยหวาน มีแป้งเยอะ เช่น กล้วยเล็บช้างกุด
5 กลุ่ม AAB : เป็นการผสมพันธุ์กันระหว่างกล้วยป่ากับกล้วยตานี รสชาติค่อนข้างดี เช่น กล้วยน้ำ กล้วยนิ้วมือยาง กล้วยไข่โบราณ และกล้วยนมสาว
6 กลุ่ม ABB : เป็นการผสมพันธุ์กันระหว่างกล้วยป่ากับกล้วยตานี ขนาดใหญ่ แป้งเยอะ เนื้อแข็ง และรสชาติไม่ค่อยหวาน จึงไม่นิยมกินสด ส่วนใหญ่จะนำมาปิ้ง ย่าง และเชื่อม เช่น กล้วยหักมุกเขียว กล้วยหักมุกนวล กล้วยนางพญา และกล้วยน้ำว้า
7 กลุ่ม ABBB : เป็นการผสมพันธุ์กันระหว่างกล้วยป่ากับกล้วยตานี ขนาดใหญ่ แป้งเยอะ และมีพันธุ์เดียว คือ กล้วยเทพรสหรือกล้วยทิพรส
8 กลุ่ม AABB : เป็นการผสมพันธุ์กันระหว่างกล้วยป่ากับกล้วยตานี ผิวสีเหลือง ผลสีส้ม มีแป้งมาก กินสดได้ ลักษณะคล้ายกล้วยไข่ มีพันธุ์เดียวในไทย คือ กล้วยเงิน

โดยสายพันธุ์กล้วยยอดนิยม ที่พบเห็นได้บ่อยในเมืองไทย มีดังนี้
– กล้วยไข่ : เป็นกล้วยยอดนิยมอันดับต้น ๆ ในไทย แถมยังส่งออกต่างประเทศเยอะด้วย ลักษณะลำต้นเป็นทรงเพรียวสูง ส่วนผลเป็นทรงกลม ขนาดเล็กและสั้น เปลือกบาง ออกดกมาก รสชาติหวาน กลิ่นหอมอร่อย และเนื้อเหนียวแน่น
– กล้วยหอม : เป็นกล้วยที่คนไทยชอบกินมาก แถมส่งออกต่างประเทศเพียบ ลักษณะลำต้นสูงเพรียว ใบตั้งตรง ให้ผลดก ขนาดใหญ่และยาว เนื้อเหนียวนุ่ม รสชาติหวาน และมีกลิ่นหอมอร่อย
– กล้วยน้ำว้า : เป็นกล้วยที่คนไทยนิยมนำส่วนต่าง ๆ มาใช้ประโยชน์ ทั้งผล ใบตอง และหยวก ลักษณะลำต้นค่อนข้างใหญ่ ใบใหญ่ ผลใหญ่ อวบ ออกดก ตอนดิบเป็นทรงเหลี่ยม ตอนสุกเป็นทรงค่อนข้างกลม
– กล้วยเล็บมือนาง : เป็นกล้วยท้องถิ่นของภาคใต้ ลักษณะลำต้นเล็กแต่สูง ให้ผลดก มีหวีเยอะ โดยผลจะมีขนาดค่อนข้างเล็กและเพรียว

วิธีปลูกกล้วย
กล้วยชอบดินร่วนที่อุดมสมบูรณ์ ระบายน้ำและอากาศดี มีความชุ่มชื้นพอเหมาะ หรือที่เรียกกันว่าดินน้ำไหลทรายมูล ฉะนั้นถ้าหากปลูกในดินเหนียว ควรผสมปุ๋ยคอกเพื่อช่วยให้ดินโปร่งขึ้น หรือยกร่องเพื่อช่วยระบายน้ำด้วย นอกจากนี้ยังชอบอากาศร้อนชื้นและแสงแดดพอสมควร แต่ต้องระวังหากมีลมแรงมาก เพราะใบกล้วยค่อนข้างใหญ่ จึงมีความต้านลมสูง โดยการขยายพันธุ์สามารถทำได้ทั้งเพาะเมล็ด แยกหน่อ (ทั้งหน่ออ่อน หน่อใบแคบ และหน่อใบกว้าง) และเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ แต่จะนิยมใช้หน่อมากที่สุด และขอแนะนำให้เริ่มปลูกกล้วยในช่วงหน้าฝน

ซึ่งขั้นตอนการปลูกกล้วยเริ่มด้วยการขุดหลุมกว้าง 50 เซนติเมตร ยาว 50 เซนติเมตร แล้วนำดินตากแดดไว้สักหนึ่งสัปดาห์ จากนั้นค่อยใส่กลับลงไปในหลุม พร้อมผสมปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักให้สูงนูนขึ้นมา 20 เซนติเมตร เสร็จแล้ววางหน่อกล้วยลงไปกลางหลุม เอาดิบกลบ รดน้ำ และกดให้แน่น อย่าลืมปล่อยให้ยอดหน่อโผล่สูงกว่าหน้าดินประมาณ 10 เซนติเมตร และเว้นระยะปลูกอย่าให้ใกล้กันมากเกินไป เนื่องจากใบกล้วยค่อนข้างใหญ่ อาจส่งผลให้ซ้อนกันจนได้รับแสงแดดไม่เพียงพอและดูแลลำบากได้ โดยกล้วยจะเริ่มออกดอกและให้ผลแตกต่างกันไปตามสายพันธุ์ ซึ่งจะเริ่มต้นที่ประมาณ 5-6 เดือนเป็นต้นไป

วิธีดูแลกล้วย
กล้วยเป็นพืชที่ทนแดด ทนแล้งได้ค่อนข้างดี สามารถปลูกกลางแจ้งได้สบาย ส่วนน้ำให้รดทุกวัน แต่ระวังอย่าให้มีน้ำแฉะหรือน้ำขัง สำหรับปุ๋ยให้ใส่ทั้งปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักและปุ๋ยเคมี โดยช่วงแรกควรให้ปุ๋ยที่มีไนโตรเจนเยอะ ส่วนปุ๋ยยูเรียให้ให้เดือนละครั้ง นอกจากนี้อย่าลืมทำที่ค้ำยันในกรณีที่ต้นมีขนาดเล็กแต่ผลใหญ่ด้วย ไม่เช่นนั้นอาจจะทำให้เกิดความเสียหายได้ อ้อ แล้วอย่าลืมหมั่นตัดหน่อที่แตกออกมาให้เหลือแค่ 1-2 หน่อ พร้อมทั้งตัดใบที่แห้งออก เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคและไม่ให้แย่งอาหารจากต้นแม่ด้วย

สำหรับโรคและแมลงสำคัญที่พบบ่อยในต้นกล้วย ได้แก่ โรคตายพราย โรคใบจุด ด้วงงวง และหนอนม้วนใบ ดังนั้นใครคิดจะปลูก ก็ต้องคอยดูแล ใส่ใจ และป้องกันสิ่งเหล่านี้ให้ดี

ประโยชน์และสรรพคุณของกล้วย
กล้วยเป็นพืชที่ใช้ประโยชน์ได้ทั้งต้น นอกจากจะนำผลสุกมากินสด ๆ เป็นผลไม้แล้ว ยังนำไปทำขนมหวาน เช่น กล้วยบวชชีหรือเค้กกล้วยไข่ก็ได้ นำไปแปรรูปเป็นกล้วยฉาบก็ดี นำไปส่งออกขายสร้างรายได้ก็เด่น ส่วนหยวกกล้วยก็นำไปประกอบอาหารได้หลากหลาย กาบกล้วยก็ใช้รัดของได้มากมาย ใบตองก็นำไปห่อของกินได้เพียบ ก้านกล้วยก็นำไปทำของเล่นได้ไม่น้อย ยิ่งไปกว่านั้นลำต้นยังนำไปทำกระดาษสาหรือบดเป็นอาหารสัตว์ได้อีกต่างหาก เรียกได้ว่าดีงามครบถ้วนเว่อร์ ๆ

กล้วยมีคุณค่าทางสารอาหารเพียบ อุดมไปด้วยฟอสฟอรัส แคลเซียม คาร์โบไฮเดรต วิตามิน และอีกมากมาย ที่สำคัญมีสรรพคุณดีงามต่อร่างกาย ช่วยลดกรดในกระเพาะอาหาร กระตุ้นการขับถ่าย เสริมสร้างพลังงาน ลดการอ่อนเพลีย กระตุ้นภูมิคุ้มกัน ชะลอความแก่ ทำให้นอนหลับง่ายขึ้น ผ่อนคลายความเครียด และอีกเป็นสิบ ๆ ข้อ เอาเป็นว่าใครไม่ชอบกินกล้วย แนะนำให้รีบเปลี่ยนใจโดยด่วน

สำรับบทความ เรื่องน่ารู้ของกล้วย และวิธีปลูกกล้วย ที่เรานำมานั้น เราเชื่อว่าบางอย่างคุณก็อาจจะยังไม่รู้เกี่ยวกับกล้วย เพราะกล้วยนั้นมีประโยชน์มากมายจริงๆ รู้อย่างนี้แล้ว ก็อย่าลืมนำกล้วยมาใช้ประโยชน์กันนะ

บล็อกโคลี่มีประโยชน์อะไรบ้าง…

สำหรับ บล็อกโคลี่ (Broccoli) นั้นเป็นผักในตระกูลกะหล่ำหรือคะน้าที่นิยมนำดอกอ่อน และก้านดอกมารับประทานกันเป็นอย่างมาก ส่วนมากในไทยจะนำเข้ามาจากออสเตรเลีย ฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ สหรัฐอเมริกา จีน และญี่ปุ่น เพราะการปลูกในประเทศยังมีน้อย ไม่เพียงพอต่อการบริโภค

แต่ถึงจะต้องรับมาจากต่างประเทศ แต่ก็เป็นที่นิยมในการรับประทานมาก เพราะในตัวบล็อกโคลี่นั้นมีสารต้านอนุมูลอิสระ ซัลโฟราเฟน (sulforaphane) ที่สามารถออกฤทธิ์ต้านการเกิดโรคมะเร็งได้หลายชนิด แต่ก่อนที่เราจะรับประทาน ก็ควรจะรู้ก่อนว่า บล็อกโคลี่มีประโยชน์อะไรบ้าง มาดูกัน

ลักษณะของบล็อกโคลี่

1. ดอก
บล็อกโคลี่ ออกดอกเป็นช่อขนาดใหญ่ มีขนาดช่อดอกประมาณ 10-15 เซนติเมตร ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ โดยพันธุ์หนักที่ปลูกในต่างประเทศจะใหญ่กว่า ช่อดอกมีก้านช่อสีเขียวอมเทา ปลายช่อเป็นดอกย่อยสีเขียวเข้ม ดอกย่อยแต่ละช่อมีมากกว่า 30 ดอกขึ้นไป ซึ่งซ้อนกันหนา แต่เกาะกันหลวมๆ

ดอกบร็อคโคลีที่เรานำมารับประทาน คือ ส่วนของดอกอ่อน ประกอบด้วยดอกย่อยที่แต่ละดอกจะมีอายุแตกต่างกัน มีก้านดอกเป็นแกนกลางร่วมกัน ดอกอ่อนจะมีปลายดอก หรือเรียกว่า เฮด (Head) เป็นสีเขียว ก้านดอกด้านล่างมีสีขาว เมื่อดอกแก่ ก้านดอกจะแทงขึ้นสูง และดอกจะบานออก ตัวดอกประกอบด้วยกลีบดอกขนาดเล็ก สีเหลือง จำนวน 4 กลีบ ด้านในมีเกสรเพศผู้ 6 อัน รังไข่มี 2 ห้อง

2. ราก และลำต้น
บล็อกโคลี่ มีลำต้นใหญ่ อวบ เป็นทรงกลม สูงประมาณ 30-75 เซนติเมตร ลำต้นแตกใบ และดอกออกเป็นทรงพุ่มกว้าง 20-80 เซนติเมตร ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ ซึ่งพันธุ์เบาที่ปลูกในไทยจะเป็นพันธุ์ขนาดเล็ก ส่วนระบบรากประกอบด้วยรากแก้ว และรากแขนง รากหยั่งลึกประมาณ 25-35 เซนติเมตร

3. ใบ
ใบเป็นใบเดี่ยว เรียงสลับกันถี่บริเวณโคนลำต้น ก้านใบยาวประมาณ 3-10 เซนติเมตร ก้านใบมีหูใบ 1 คู่ ที่โคนก้าน ส่วนแผ่นใบมีลักษณะกว้าง และหนา โคนใบตัด ปลายใบมน แผ่นใบมีสีเทาอมเขียว มีเส้นกลางใบสีขาวขนาดใหญ่ ขอบใบบิดเป็นลูกคลื่น

4. ผล และเมล็ด
ผลบร็อคโคลี เรียกเป็นฝัก (silique) มีก้านฝักขนาดเล็ก ยาวประมาณ 1-2 เซนติเมตร ฝักมีลักษณะเรียวยาว คล้ายกับฝักผักกาดทั่วไป ฝักกว้างประมาณ 3-5 มิลลิเมตร ยาวประมาณ 5-10 เซนติเมตร ฝักมีร่องหรือรอยตะเข็บ 2 อัน ซ้าย-ขวา ตามแนวยาวด้านข้างฝัก ด้านในฝักมีเมล็ด ฝั่งละ 10-20 เมล็ด โดยฝักส่วนปลายจะไม่มีเมล็ด เพราะเป็นส่วนที่พัฒนามาจากก้านเกสรตัวเมีย ทั้งนี้ ฝักจะแก่ประมาณ 50-90 วัน หลังดอกบาน จำนวนฝักต่อต้นประมาณ 200-300 ฝัก หรือมากกว่า

เมล็ดมีลักษณะทรงกลมขนาดเล็ก เปลือกเมล็ดมีสีน้ำตาลแดง และแก่มากเป็นสีดำ ขนาดเมล็ดประมาณ 1-1.5 มิลลิเมตร เมล็ด 1,000 เมล็ด จะหนักประมาณ 3-4 กรัม 

ประโยชน์จากบล็อกโคลี่
ป้องกันการเกิดมะเร็ง , ป้องกันโรคเบาหวาน , ป้องกันโรคความดันโลหิตสูง , ช่วยลดคอเรสเตอรอลในเส้นเลือด , ช่วยลดไขมันในเส้นเลือด , ช่วยป้องกันโรคหัวใจ , ช่วยกระตุ้นระบบขับถ่าย , ต้านอนุมูลอิสระ

สารต้านอนุมูลอิสระ(antioxidant) ซัลโฟราเฟน (sulforaphane) พบมากในบร็อคโคลี่ สามารถออกฤทธิ์ต้านการเกิดมะเร็งได้ ได้แก่  มะเร็งปอด , มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ , มะเร็งเต้านม , มะเร็งต่อมลูกหมาก , มะเร็งต่อมน้ำเหลือง , มะเร็งลำ ไส้ใหญ่ , โรคมะเร็งกระเพาะ , มะเร็งที่ผิวหนัง

การรับประทานดอกอ่อนบร็อคโคลีในระหว่างการตั้งครรภ์ จะช่วยให้มารดามีสุขภาพแข็งแรง ช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจ และหลอดเลือดทั้งในมารดา และทารกในครรภ์ รวมถึงช่วยให้ทารกในครรภ์มีพัฒนาการที่ดี

เราก็ได้รู้กันแล้วว่า บล็อกโคลี่มีประโยชน์อะไรบ้าง หากจะรับประทานก็สามารถเตรียมไว้ทำอาหารอร่อยๆ ได้เลย เมื่อรู้ว่า บล็อกโคลี่ นั้นมีประโยชน์มากมายขนาดนี้ จะไม่รับประทานก็คงไม่ได้แล้ว หากเป็นคนที่รักสุขภาพ บล็อกโคลี่คงเป็นทางเลือกที่ดี

วิธีการยืดอายุดอกไม้สดให้อยู่คงทน

สำหรับดอกไม้สดนั้น ตอนเป็นดอกไม้สดก็มีสีสันสวยงามดี ผู้คนก็ชื่นชอบ แต่หากเหี่ยวเฉาไปแล้ว ก็มักจะถูกคนนำไปทิ้ง ไม่ได้เก็บเอาไว้ แต่ก่อนที่เราจะนำไปทิ้งนั้น เราก็อยากจะดื่มด่ำควาามสดงดงามเอาไว้ให้นานที่สุด บ้างก็เอาใส่แจกันตกแต่งบ้าน แต่จะทำอย่างไรให้ดอกไม้อยู่ได้นาน เราก็จำเป็นต้องหาวิธีการยืดอายุดอกไม้สดให้อยู่คงทนกัน บทความนี้จึงเหมาะแก่คนที่ต้องการยืดอายุของดอกไม้มากๆเลย 

1.เริ่มจากการตัด หากเราตัดดอกไม้เอง แนะนำให้ตัดดอกไม้ในช่วงเช้าหรือเย็น ก่อนตัดดอกไม้ให้รดน้ำให้ต้นไม้ก่อนเพื่อให้ดอกไม้มีน้ำอยู่ในตัวมากที่สุด

2.ตัดก้านดอกไม้เป็นแนวเฉียง เลือกใช้มีดหรือกรรไกรคมๆ ตัดก้านดอกไม้ให้ขาดไปเลยทีเดียว อย่าให้ก้านช้ำ รวมทั้งให้ตัดเป็นแนวเฉียงเพื่อเพิ่มพื้นที่การดูดซึมน้ำให้ดอกไม้มากกว่าการตัดก้านดอกไม้แบบตรงๆ

3.ล้างยางออกให้หมด สำหรับดอกไม้ที่มียางให้ล้างยากออกจากก้านดอกไม้ให้หมด วิธีล้างยางคือนำก้านดอกไม้จุ่มลงในน้ำอุ่น เพื่อไม่ให้ยางละลายออกไม่ไปอุดตันการดูดซึมน้ำ

4.ใช้น้ำตาลผสมยาพาราและน้ำยาล้างจาน นำน้ำสะอาดผสมกับน้ำตาลทรายประมาณ 1 ช้อนชา ผสมพาราเซตามอลบดละเอียดประมาณครึ่งเม็ด และหยดน้ำยาล้างจานลงไปนิดหน่อย จากนั้นเขย่าให้เข้ากัน แล้วนำดอกไม้แช่หรือปักลงไป ดอกไม้จะเหี่ยวช้าลง เพราะน้ำตาลทรายถือเป็นอาหารชั้นดีของดอกไม้ ส่วนพาราเซตามอลป้องกันการคายน้ำ และน้ำยาล้างจานยับยั้งการเน่า

5.เหรียญสลึงช่วยชะลอความเหี่ยว ทองแดงซึ่งเป็นส่วนประกอบของเหรียญสลึงจะช่วยทำให้ดอกไม้เหี่ยวช้า

6.ดอกไม้ก้านแข็ง ดอกไม้ที่มีก้านขนาดใหญ่เช่นดอกดาหลา ดอกซ่อนกลิ่น ลักษณะก้านที่ใหญ่และแข็งจะยิ่งทำให้ความสามารถในการดูดน้ำลดลง แนะนำให้ทุบก้านดอกไม้ให้แหลกเล็กน้อย ก่อนจะพรมน้ำทั้งช่อและนำไปแช่ในถังที่มีปริมาณน้ำอยู่พอสมควร หมั่นตัดก้านและเปลี่ยนน้ำจะช่วยให้ดอกไม้อยู่ได้นานยิ่งขึ้น

7.ปลิดใบและหนามออกช่วยได้ วิธีการปลิดใบออกจากก้านหรือกิ่งดอกไม้ใช้สำหรับการทำให้ดอกกุหลาบอยู่ในแจกันได้นานยิ่งขึ้น สำหรับผู้ที่มีดอกกุหลาบอยู่ที่บ้าน แนะนำให้ปลิดใบและหนามบริเวณช่วงล่างของก้านออก โดยเหลือใบและหนามทิ้งไว้ประมาณ ¾ ของก้าน จากนั้นนำไปตัดกิ่งใต้น้ำแทนการตัดก่อนแช่น้ำ เพราะหากตัดกิ่งก่อนแช่น้ำ อากาศด้านนอกจะทำให้ท่อดูดน้ำแห้งเร็ว และทำให้ดอกไม้ไม่สดชื่น

8.ปล่อยยางไหลออกให้หมด สำหรับดอกไม้ประเภทที่มีหัว เมื่อจะนำมาจัดแจกันเราต้องตัดก้านของมันออกมา และดอกไม้ประเภทนี้มักมียางติดอยู่ด้วย เราควรปล่อยให้ยางไหลออกให้หมดก่อนเพราะยางเหล่านี้เป็นตัวการทำให้น้ำไม่สามารถผ่านเข้าไปได้ จากนั้นจึงค่อยนำดอกไม้ไปแช่ในแจกันตามต้องการ

9.สารส้มมากประโยชน์ สารส้มเป็นอีกตัวช่วยหนึ่งที่มีประโยชน์สำหรับการยืดเวลาให้ไฮเดรนเยีย วิธีการคือหลังตัดไฮเดรนเยียออกมาจากต้นแล้วให้นำกิ่งไปแช่ในน้ำร้อน จากนั้นจุ่มกิ่งนั้นลงในผงสารส้ม แล้วค่อยๆ เคาะส่วนที่เกินทิ้งไป ก่อนจะนำไปแช่ในน้ำเย็นอีกครั้ง เพียงเท่านี้ไฮเดรนเยียก็จะสดสวยอยู่กับเราได้ยาวนาน

10.ตัดก้านเหนือข้อต่อ วิธีนี้ใช้กับดอกคาร์เนชั่นเพื่อยืดอายุดอกไม้สดให้อยู่คงทนนานยิ่งขึ้น เพราะการตัดก้านเหนือข้อต่อจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดูดน้ำของดอกไม้ได้ดียิ่งขึ้น

เพียงเรารู้วิธีการยืดอายุดอกไม้สดให้อยู่คงทน แล้ว จากนี้ไป เราก็คงเก็บดอกไม้สวยๆ สดๆ ไว้ดูได้นานขึ้น คงให้ความสบายตาสบายใจแก่ผู้เห็นมากๆ แต่ละขั้นตอนนั้นไม่ได้อยากได้ คุ้มค่ามากกับการยืดอายุของดอกไม้

ทำไมคุณจึงไม่เหมาะกับการหาคู่ทางแอพพลิเคชั่นออนไลน์

ในปัจจุบันนี้นั้นมีผู้คนมากมายที่ต้องการหาคู่เดทบนโลกออนไลน์ เพราะโลกของเรานั้นมีเทคโนโลยีเข้ามามากขึ้น ทำให้เกิดแอพลิเคชั่นต่างๆขึ้นมา จึงทำให้เราสามารถเชื่อมต่อกับบุคลลอื่นได้ง่ายขึ้น แต่หลายคนก็ยังไม่พบคนที่ใช่อยู่ดี หรือแม้แต่บางครั้งสาวๆอาจจะได้ไปเดทบ้างแต่พวกเขาต่างก็น่าผิดหวังและยังไม่ใช่ตัวจริงอีกด้วย  เราต้องการบอกคุณว่าการหาคู่เป็นเรื่องไม่ง่ายเลยที่จะยอมรับกลุ่มคนแปลกหน้าซึ่งคุณไม่เคยเจอกันมาก่อน เราจึงมีบทความมาฝากทุกคนว่า ทำไมคุณจึงไม่เหมาะกับการหาคู่ทางแอพพลิเคชั่นออนไลน์ เมื่อคุณได้อ่านแล้วก็ลองพิจารณาดูว่าตัวเองเป็นเช่นนี้หรือไม่

1. คุณมองว่าการหาคู่ออนไลน์เป็นเรื่องงี่เง่า
เป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่คิด ดังนั้นไม่ใช่เรื่องแปลกที่คุณจะคิดแบบนั้น แต่เอาเข้าจริงเกือบทุกคนก็อาจจะเคยลองวิธีนี้กันมาแล้วทั้งนั้น เนื่องจากนี่คือวิธีหาคู่ของคนยุคใหม่ แต่จริงๆแล้วการหาคู่ทางแอพลิเคชั่นออนไลน์ก็ไม่จำเป็นถ้าคุณยังสามารถพบคนอื่นๆในชีวิตจริงได้อยู่ ทางที่ดีคุณควรลองออกจากระบบและเริ่มส่งยิ้มให้กับคนน่ารักที่อยู่รอบข้างดูสิ

2. คุณเย็นชาเกินไป
ฉันมักจะไม่ค่อยแสดงความรู้สึกของตัวเองให้คนอื่นรู้ บางครั้งก็ดีเหมือนกันนะ แต่ถ้าคุณกังวลว่าคนอื่นจะคิดว่าคุณเป็นคนเย็นชาและไม่มีชีวิตชีวา คุณอาจจะต้องรอให้ตัวเองพร้อมมากกว่านี้ก่อนจะดีกว่า

3. คุณยังไม่พร้อม
หากคุณมีความสัมพันธ์จริงจังน้อยกว่า 6 เดือน นั่นหมายความว่าอาจยังไม่ใช่เวลาของคุณ และถ้าดูเหมือนว่ามีเหตุการณ์บางอย่างที่ทำให้ยกเลิกนัด แค่สูดหายใจลึกๆ ตั้งสติอยู่กับตัวเอง และในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าคุณค่อยเริ่มใหม่

4. จิตใจของคุณไม่ได้อยู่ที่นั่น
เวลาเราทำอะไรลงไปด้วยความไม่จริงใจหรือเสแสร้งแกล้งทำคู่เดทของคุณก็สามารถดูคุณออกได้เช่นกัน และพวกเขาก็คงไม่อยากเจอคุณอีก คุณจึงควรหยุดพักให้ตัวเองพร้อมก่อน

5. คุณส่งข้อความว่าทักทายที่ไม่ควรส่ง
หากคุณเปิดการสนทนาด้วยคำว่าเฮ้ หรือ ว่าไง โยว่ คุณควรพิจารณาตัวเองเสียใหม่ เพราะนั่นอาจเป็นคำทักทายที่คู่เดทของคุณอาจยังไม่ค่อยคุ้นชินสักเท่าไหร่ ลองเลือกใช้คำที่เชื้อเชิญมากกว่านี้หน่อยและดูสิว่าผลลัพธ์ที่ได้เป็นยังไง

6. คุณยับยั้งความปรารถนาที่แท้จริงของตัวเอง
หากคุณแชทออนไลน์เพื่อหาคนรักก็อย่าทำให้ตัวเองว่าหาแค่กิ๊กไม่จริงใจ หรือถ้าคุณต้องการแค่หากิ๊กก็อย่าทำตัวราวกับว่าคุณกำลังมองหาคู่รักจริงๆ เนื่องจากการกระทำเหล่านี้อาจทำให้คุณพลาดคู่แท้และได้คู่ที่แย่แทน

7. ความคิดแง่ลบเกินไป
หากคุณเขียนโปรไฟล์ของคุณแสดงสิ่งที่ไม่ต้องการยาวมากเกินไป เช่น ไม่ชอบคนแก่ ไม่ชอบคุยกับคนเจ้าชู้ บลาๆ คุณก็จะกลายเป็นคนที่เข้าหาลำบาก ดังนั้นลองเปลี่ยนไปเขียนรายการสิ่งที่คุณกำลังตามหาแทนจะดีกว่า

8. คุณเบื่อ
หากคุณทำตัวเสแสร้งแกล้งทำโดยหาคู่ทางแอพพลิเคชั่นออนไลน์ติดต่อกันนานเกินไปและรู้สึกเบื่อสุดๆ ขอแนะนำว่าคุณควรหยุดพักก่อนเพราะมันสามารถสื่อสารออกมาทางข้อความได้อย่างชัดเจน

9. ปิดบังตัวตนที่แท้จริงของตัวเอง
ในโลกโซเชียลทุกคนมีแนวโน้มว่าจะแต่งประวัติให้ดูดีสมบูรณ์แบบ แต่ถ้าคุณไม่จริงใจกับคู่เดทและประวัติของตัวเองแล้ว ตัวตนที่แท้จริงของคุณก็จะไม่เป็นที่น่าสนใจเปล่งประกายออกมา เพราะคนเรามักจะเข้าหาคนที่กล้าเปิดเผยตัวตน ดังนั้นอย่ากลัวที่จะแสดงตัวตนที่แท้จริงออกมา

9 กิจกรรมทำที่บ้านในช่วงกักตัว

เนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้หลายๆคนนั้นต้องกักตัวอยู่ที่บ้านนานๆ จนอาจจะทำให้หลายๆคนนั้นเกิดภาวะเครียดและเบื่อหน่ายกับชีวิตอันน่าหดหู่เพราะไม่มีอะไรทำได้ วันนี้เราเลยมีบทความที่จะมาแนะนำกิจกรรมทำที่บ้านในช่วงกักตัวมาแนะนำกัน ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้ถือเป็นกิจกรรมสุดฮิตที่หลายๆคนมักจะทำกันในช่วงกักตัว พูดเลยว่าทำแล้วสนุก ไม่น่าเบื่อ แถมยังช่วยพัฒนาตัวเองได้อีกด้วย

1. แต่งบ้าน
การอยู่บ้านนานๆ แบบนี้เราก็จะต้องเปลี่ยนจากการให้ความสำคัญกับสถานที่นอกบ้านมาเป็นในบ้านของเราแทน และสิ่งที่จะทำให้บ้านของเราน่าอยู่มากขึ้นก็คือการตกแต่งใหม่ให้ได้บรรยากาศที่ดี ดังนั้นในช่วงกักตัวแบบนี้ต้องสั่งของออนไลน์มาแต่งบ้านให้น่าอยู่กันแล้ว พูดเลยว่าความสุขเริ่มต้นง่ายๆที่บ้านของเรา หากบ้านของเราน่าอยู่ ก็จะทำให้เราไม่อยากไปไหนเลย

2. ทำอาหาร
ช่วงที่มีเวลาอยู่บ้านนานๆแบบนี้ บางคนก็ค้นพบทักษะใหม่ของตัวเองที่ไม่เคยรู้มาก่อนในชีวิตว่าเราจะสามารถทำได้ นั่นก็คือการทำอาหารนั่นเอง เนื่องจากเราใช้เวลาอยู่นอกบ้านน้อยลง จึงไม่ค่อยได้มีโอกาสได้รับประทานอาหารนอกบ้านกันสักเท่าไหร่ ที่สำคัญอาหารก็ถือเป็นปัจจัย 4 ที่เราจะขาดไม่ได้ในแต่ละวัน ดังนั้นเราจึงต้องทำอาหารทานเองที่บ้านแทน และเมื่อยิ่งได้ลองทำบ่อยครั้งแล้ว เราก็มีเสน่ห์ปลายจวักไปโดยไม่รู้ตัวเลย

3. ปลูกต้นไม้
แน่นอนว่ากิจกรรมที่ฮิตสุดๆและไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือการปลูกต้นไม้นั่นเอง การปลูกต้นไม้เป็นกิจกรรมที่เราทำแล้วไม่น่าเบื่อ แถมยังเพลิดเพลิน และทำให้สุขภาพจิตดีิรกด้วย ในขณะเดียวกันก็ทำให้บ้านของเราร่มรื่นน่าอยู่ ซึ่งต้นไม้บางชนิดนั้นก็สามารถฟอกอากาศได้อีก เรียกได้ว่าการปลูกต้นไม้เป็นกิจกรรมที่มีแต่ได้กับได้เลย

4. ดริปกาแฟ
นอกจากการทำอาหารแล้ว อีกหนึ่งทักษะที่หลายๆคนค้นพบกับตัวเองเลยก็คือการดริปกาแฟนั่นเอง ซึ่งการดริฟกาแฟถือเป็นศิลปะอย่างหนึ่งที่เราจะต้องพิถีพิถันในการทำเป็นอย่างมาก รวมถึงยังต้องมีสุนทรียะอีกด้วย และเมื่อเราได้มีเวลาอยู่ที่บ้านนานๆ ไม่ต้องเร่งรีบไปไหน จึงทำให้มีเวลาดริปกาแฟดื่มเองอย่างกลมกล่อม ได้รสชาติและฟีลลิ่งที่ดีมากกว่าการดื่มกาแฟสำเร็จรูปเลยก็ว่าได้

5. บำรุงผิวแบบครบสูตร
การอยู่ที่บ้านนานๆถือเป็นการพักผิวที่ดีนะคะ เนื่องจากเราไม่ต้องแต่งหน้าบ่อยจนผิวถูกทำร้ายในทุกๆวัน รวมถึงยังไม่ต้องออกไปเผชิญกับแสงแดดและมลภาวะอีกด้วย ช่วงอยู่บ้านแบบนี้ได้เวลาฟื้นฟูผิวหน้าและผิวกายด้วยการบำรุงแบบจัดเต็มครบสูตรกันแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการช้อปปิ้งสกินแคร์ออนไลน์หรือการใช้ส่วนผสมธรรมชาติ หากเรามีเวลาให้ผิวหน้านานขึ้น ผิวหน้าของเราก็จะยิ่งได้รับการบำรุงที่นานขึ้น รับรองว่าผิวสวยขึ้นแน่นอน

6. ออกกำลังกาย
การออกกำลังกายถือเป็นกิจกรรมที่ทำให้เรามีร่างกายที่แข็งแรง ห่างไกลจากโรคร้าย แถมยังมีหุ่นที่ดีขึ้นอีกด้วย ซึ่งหลายๆคนนั้นเรียกได้ว่ามีไลฟ์สไตล์ที่ค่อนข้างไม่มีเวลาได้ออกกำลังกาย ดังนั้นการอยู่บ้านนานๆแบบนี้จึงถือเป็นโอกาสที่ดี ที่สำคัญการออกกำลังกายยังช่วยทำให้เราอารมณ์ดีขึ้นอีกด้วย ใครที่รู้สึกเครียดหรือเศร้า ต้องใช้การออกกำลังกายช่วย

7. ดูหนังออนไลน์
การดูหนังถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ทำให้การอยู่บ้านนั้นไม่น่าเบื่อ สำหรับใครที่รู้สึกหดหู่และรู้สึกอยากท่องเที่ยวมากๆจนทนไม่ไหว การดูหนังสามารถช่วยเติมเต็มความอยากนี้ได้ เพราะการดูหนังจะทำให้เราเหมือนได้ไปสัมผัสกับบรรยากาศในหนังจริงๆ เรามีความรู้สึกร่วมกับตัวละครและสถานที่ จนทำให้เราได้รับความรู้สึกราวกับว่าได้ไปเที่ยวที่นั่นมาจริงๆ ดังนั้นใครที่เบื่อมากๆต้องหาหนังสนุกๆดูเลย

8. Live สด / อัดคลิป
ในช่วงที่ต้องอยู่ที่บ้านนานๆทำให้เราได้มีเวลาสร้างคอนเทนต์เจ๋งๆ อย่างเช่น การอัดคลิปเต้น เล่นดนตรี ร้องเพลง รวมถึงคลิปแต่งหน้า หรือไลฟ์สไตล์อื่นๆ ซึ่งคลิปเหล่านี้เมื่อโพสต์ลงโซเซียลแล้วก็สามารถเรียกยอดไลค์ได้เพียบเลย ถือเป็นเวทีการแสดงออกยุคใหม่ที่ใครๆก็สามารถทำได้ ไม่แน่เราอาจจะได้แจ้งเกิดเป็นเน็ตไอดอลคนต่อไปก็ได้นะ

9. เล่นเกม
กิจกรรมสนุกๆที่ต้องไม่พลาดในการกักตัวอยู่ที่บ้านเลยก็คือการเล่นเกมนั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นบอรด์เกมเล่นเป็นกลุ่มสนุกๆกันในครอบครัว เกมมือถือ เกมคอมพิวเตอร์ หรือเครื่องเล่นเกมอื่นๆ การเล่นเกมจะทำให้เรารู้สึกสนุก คลายเครียดได้ แถมยังไม่ทำให้เบื่ออีกด้วย เล่นเกมแล้วอยากอยู่บ้านทั้งวันแน่นอน

คำทำนายด้านสุขภาพ ของทั้ง 12 ราศี

ตอนนี้สุขภาพถือว่าเป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้เรื่องอื่นเลย ปีนี้ต้องหันมาดูแลสุขภาพกันให้ดีมากขึ้นกว่าทุกปีนะ วันนี้เลยขอนำคำทำนายที่ทำนายทายทักสุขภาพของแต่ละราศีมาฝากกัน ไปดูกันเลย

ราศีเมษ
ปี 2021 ชาวราศีเมษจะรู้สึกมีพลังสดชื่นขึ้นมา เพราะได้จัดการสิ่งต่างๆ ไปได้อีกขั้น ในด้านสุขภาพก็ไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วง ได้ลงมือทำในสิ่งที่อยากทำหลากหลายขึ้น รอบๆ ตัวจะเกิดการเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาได้ง่าย ซึ่งบางครั้งก็ส่งผลให้ชาวราศีเมษปล่อยปละละเลยในการดูแลสุขภาพ แต่ก็ยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี ดูแลสุขภาพเป็นพิเศษในช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลง หันมาออกกำลังกาย เข้ายิม เพิ่มการเคลื่อนไหวให้ร่างกายบ้างจะดีมากๆ

ราศีพฤษภ
ในปี 2021 ชาวราศีพฤษภจะได้เริ่มต้นอะไรใหม่ๆ กับเป้าหมายใหม่ที่วางไว้ สุขภาพถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี ระวังความกดดันจากการวางเป้าหมายที่ใหญ่ขึ้น และการเปลี่ยนแปลงอะไรหลายๆ อย่างที่จะส่งผลต่อสุขภาพ อย่างเช่นความเครียดที่ทำให้กินดื่มไม่ยั้ง อย่าลืมให้ความสำคัญกับการทานอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วนและสมดุล ถ้าหันมาชวนครอบครัวหรือเพื่อนสนิทมาทานอาหารร่วมกันอย่างสนุกสนานเป็นกันเองก็จะดีไม่น้อย

ราศีเมถุน
ในปี 2021 ชาวราศีเมถุนได้ขยายขอบเขตของตัวเองกว้างขึ้น เหมาะสำหรับการท้าทายลงมือทำ สุขภาพอยู่ในเกณฑ์ที่ดี มีพลังเหลือล้น แต่ให้ระวังการทำงานอย่างหนักจนส่งผลต่อสุขภาพ อย่าไปทุ่มเทจนสุดพลัง เก็บพลังไว้บ้าง บางครั้งก็ลองหันมาค่อยๆ คิดค่อยๆ ทำ อย่าไปรีบร้อน หันมาเดินออกกำลังกายสูดอากาศบริสุทธิ์ท่ามกลางธรรมชาติ หัวเราะบ่อยๆ จะช่วยเสริมดวงให้ดียิ่งขึ้นด้วย

ราศีกรกฎ
ในปี 2021 ชาวราศีกรกฎจะได้ทดสอบอะไรหลายๆ อย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการได้รับมอบหมายงานที่สำคัญๆ เป็นต้น เป็นเหตุให้ชาวราศีกรกฎรู้สึกกดดัน ประหม่าจนทำให้สุขภาพไม่ค่อยดีสักเท่าไร เมื่อไรที่รู้สึกว่าร่างกายเหนื่อยล้าก็อย่าฝืน จะเกิดความรู้สึกวิตกกังวลบ่อยครั้ง ลองหันมาจัดการกับความรู้สึก เปลี่ยนโหมดให้ตัวเองให้ได้ ลองหันมาเล่นโยคะหรือพิลาทิสเพื่อให้ร่างกายได้ยืดหยุ่นสร้างความแข็งแรงและผ่อนคลายได้ดี แนะนำให้เลือกทานอาหารออร์แกนิคเพื่อสุขภาพเพื่อช่วยให้การทำการของลำไส้ให้ดีขึ้น

ราศีสิงห์
ในปี 2021 ดวงของชาวราศีสิงห์จะค่อยๆ ดีขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะช่วงกลางปีเป็นต้นไป ในด้านสุขภาพก็ค่อนข้างดีเลยทีเดียว ปีนี้ชาวราศีสิงห์มีเกณฑ์ที่จะได้ขยับขยายสร้างความสัมพันธ์ให้กว้างขวางขึ้น ส่งผลให้มีโอกาสได้ทำอะไรมากมายเลยทีเดียว อย่าให้ความเครียดครอบงำ รีบกำจัดออกไปให้เร็วเพื่อจะได้ไม่เหนื่อยล้า แนะนำให้ออกกำลังกายที่ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้ร่างกาย เช่น การวิ่ง เวทเทรนนิ่ง เป็นต้น ทานอาหารประเภทเนื้อไก่จะช่วยเสริมดวงได้ดียิ่งขึ้น

ราศีกันย์
ในปี 2021 ชาวราศีกันย์จะกลับเข้าสู่สภาวะที่มั่นคงขึ้นหลังจากที่ใช้ชีวิตที่ค่อนข้างกดดัน แต่ชีวิตก็ยังคงยุ่งๆ อยู่ ให้ระวังเรื่องอาหารการกิน กินให้ถูกเวลา และนอนพักผ่อนให้เพียงพอ ลองมองหาหมอนสำหรับนอนที่เหมาะกับคุณไว้สักใบ หมั่นซักผ้าปูที่หนอนและปลอกหมอนให้สม่ำเสมอ เสริมดวงด้วยการตกแต่งอาหารให้ดูน่ากิน หาผ้ารองจานสวยๆ สักผืนไว้วางอาหาร คัดอุปกรณ์บนโต๊ะอาหารที่ไม่เข้าคู่หรือไม่ได้ใช้แล้วออกไป

ราศีตุลย์
ปี 2021 ชาวราศีตุลย์จะเต็มไปด้วยพลังที่ร่าเริงสดใส สุขภาพก็ดีมากเช่นกัน ยิ่งได้สนุกกับการวิ่งไล่ความฝัน ดวงก็ยิ่งดีขึ้นไปอีก แต่ให้ระวังการใช้ความคิด คิดนั่นคิดนี่มากมายจนก่อให้เกิดความเครียดได้ บางครั้งควรปล่อยความคิดให้เป็นอิสระ ปลดปล่อยบ้าง แนะนำให้ยืดเส้นยืดสายหลังอาบน้ำ และระวังเรื่องการดื่มด้วย อย่าดื่มมากจนเกินไป

ราศีพิจิก
ปี 2021 ชาวราศีพิจิกจะได้แสดงศักยภาพในเวลาส่วนตัวนอกเหนือจากเวลางาน ระวังจะหงุดหงิดเนื่องจากการคบหา พบปะคนรอบตัว เช่น คนในครอบครัว คนรัก เพื่อนสนิท เป็นต้น นอกจากนี้ปีนี้จะได้ทำอะไรที่ดูหลากหลายและกว้างไปกว่าที่เคยทำ จึงส่งผลให้เหนื่อยล้าได้ง่าย หาเวลาผ่อนคลายตัวเอง หาตัวช่วยผ่อนคลายด้วยอโรมา กลิ่นหอมจะช่วยผ่อนคลายความเครียดและหยุดความอ่อนล้าได้ดีเลยทีเดียว

ราศีธนู
ในปี 2021 เป็นปีที่โชคดีสำหรับชาวราศีธนู โดยเฉพาะเรื่องการรับข่าวสารและการติดต่อสื่อสาร เต็มไปด้วยพลังที่เต็มเปี่ยมพร้อมลุย แต่ข่าวสารที่รับเข้ามามากอาจก่อให้เกิดปัญหาความสัมพันธ์ในหมู่เพื่อนฝูงได้ง่ายๆ เมื่อไรที่รู้สึกว่าควรพักก็ให้รีบพัก วิธีขจัดความเหนื่อยความเครียดได้ดีคือ การออกกำลังกายแบบแอโรบิก หรือตัดสินใจไดเอทไปเลยก็ยิ่งดี ร่างกายจะได้แข็งแรงแถมมีหุ่นดีแถมมาอีกด้วย

ราศีมังกร
ในปี 2021 ชาวราศีมังกรที่จะได้มีโอกาสได้แสดงออกในแบบของตัวเอง ความพยายามก่อให้เกิดผล ส่งผลให้สุขภาพก็ดีไปด้วย ในปีนี้ไม่เหมาะกับการดันทุรังทำอะไรที่เกินตัว ตั้งใจทำตามเป้าหมายที่วางไว้ และที่สำคัญคือหาเวลาพักผ่อนชาร์จพลังให้ตัวเอง ระวังการกินมากจนเกินไป ค่อยๆ เคี้ยวกัน ว่างๆ ลองหาเวลาผ่อนคลายร่างกายด้วยการแช่น้ำร้อนๆ ก็ดีไม่น้อย

ราศีกุมภ์
ในปี 2021 ชาวราศีกุมภ์จะค้นพบว่าตนเองชอบและอยากที่จะทำอะไร เป็นปีที่เปี่ยมไปด้วยพลังและความกระตือรือร้น สุขภาพก็อยู่เกณฑ์ที่ดีมาก แต่ให้ระวังสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่เกิดความไม่สมดุลจนทำให้เกิดความเหนื่อยล้า หาเวลาพักผ่อนบ้าง ระวังปัญหาร่างกายช่วงล่างอ่อนแรง ควรหาเวลาบริหารร่างกายช่วงล่าง เช่น การสควอช การเดินขึ้นลงบันไดแทนการขึ้นลิฟท์ เป็นต้น อาหารการกินก็ควรเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ตามฤดูกาลช่วย ซึ่งจะช่วยเสริมดวงให้ดีขึ้นด้วย

ราศีมีน
ในปี 2021 นี้ ชาวราศีมีนดูเหมือนว่าต้องเจอเรื่องต่างๆ มากมายถาโถมเข้ามา ใจร่มๆ เข้าไว้ ค่อยๆ ทยอยจัดการกับเรื่องที่อยู่ตรงหน้าก่อน เรื่องสุขภาพก็ต้องระวังให้ดี อย่าปล่อยให้ความเหนื่อยล้าสะสมจนทำให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายต่ำลงจนส่งผลให้เจ็บป่วยได้ หาวิธีผ่อนคลายให้ร่างกายอยู่สม่ำเสมอ เช่น การแช่น้ำอุ่น ใส่ผงอาบน้ำหรูๆ หรือจะเลือกเป็นผงอาบน้ำสมุนไพรก็ได้

เสียงเพลง เพื่อนคลายเหงา ลดอาการเจ็บปวด

     เสียงเพลงมักทำให้คนเราหลงใหลและเคลิบเคลิ้มไปกับมันได้ง่ายได้ ถ้าสังเกตง่ายๆ คือ เมื่อไรที่เรามีความสุขก็มักจะฟังเพลง หรือเวลาที่เศร้าสิ่งแรกที่นึกถึงก็คงเป็นเสียงเพลง นอกจากนี้เสียงเพลงยังอยู่รอบตัวเราไม่ว่าจะทำอะไรก็ดูเหมือนจะมีมันเป็นส่วนประกอบอยู่เสมอ นอกจากเพลงจะเป็นเพื่อนคลายเหงาได้เป็นอย่างดีแล้ว จริงๆ แล้วบทเพลงยังมีข้อดีและประโยชน์มากกว่านั้นนะคะ ถ้ารู้แล้วอาจจะช่วยทำให้หลงรักเสียงเพลงมากขึ้นอีกเท่าตัวเลยก็ได้

1. นอนหลับได้ดีมากขึ้น

เมื่อไรที่เรารู้สึกนอนไม่หลับเพราะมีเรื่องให้คิดกังวลอยู่ในหัวจนเต็มไปหมด ไม่ว่าจะพลิกไปพลิกมากี่รอบดูเหมือนยังไงก็ข่มตาไม่หลับเสียที แนะนำว่าการฟังเพลงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีเช่นกัน และเพลงที่แนะนำจะเป็นแนวเพลงคลาสสิก เพลงบรรเลง หรือเสียงธรรมชาติ เพื่อช่วยให้สมองเราได้ผ่อนคลาย นอกจากนี้การฟังเพลงแนวนี้จะทำให้อัตราการเต้นของหัวใจลดลง ทำให้หยุดคิดเรื่องที่กังวลได้ ซึ่งจะช่วยให้นอนหลับได้อย่างง่ายดีขึ้นนั่นเอง

2. ตัวช่วยในการลดน้ำหนัก

ความจริงแล้วการฟังเพลงยังมีส่วนช่วยในการลดน้ำหนักได้ด้วย แต่ต้องเลือกประเภทของเพลงในการฟังกันสักหน่อย ซึ่งจากผลวิจัยได้ระบุไว้ว่า ถ้าเราเปิดเพลงประเภทคลาสลิก เพลงแจ๊ส หรือเพลงที่มีจังหวะเบาๆ เน้นเครื่อดนตรีเป็นหลักแล้วฟังระหว่างกินข้าวไปด้วย จะช่วยให้สาวๆ กินข้าวได้น้อยลงถึง 18% เลย ถ้าใครคิดจะลดน้ำหนัก ลองเอาวิธีนี้ไปเป็นตัวช่วยก็ไม่เสียหาย

3.ช่วยรักษาโรค หรือบรรเทาอาการเจ็บปวด

สำหรับข้อนี้จะถูกจัดอยู่ในหมวดของ “Music Therapy” ที่เป็นทฤษฎีในทางปฏิบัติที่สามารถใช้ได้จริง และนำมาใช้กันอย่างแพร่หลาย ไม่ว่าจะเป็นการบำบัดอาการทางจิต หรือบำบัดโรคเฉพาะทางบางอย่าง เพราะเขาเชื่อว่าดนตรีสามารถช่วยผ่อนคลายทั้งร่างกายและจิตใจได้เป็นอย่างดี หรือแม้กระทั่งในห้องผ่าตัดที่จะมีการเปิดเพลงเบาๆ คลอเคลียไปด้วย เพื่อให้คนไข้รู้สึกจิตใจสงบ แถมยังช่วยลดอาการเจ็บปวดได้อีกด้วยนะ

4.เป็นเพื่อนคลายเหงาอย่างดี

บ่อยครั้งที่เราต้องอยู่คนเดียวไม่ว่าจะเป็นการเดินทางคนเดียว การกินข้าวคนเดียว หรือไปทำกิจกรรมต่างๆ ด้วยตัวคนเดียว ดังนั้นเพื่อนที่ดีที่สุด คือเสียงเพลงนี่แหละ เชื่อว่าทุกคนคงมีเพลงโปรดของตัวเองอยู่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และคงไม่แปลกอะไรหากเราจะหยิบเพลงเหล่านั้นขึ้นมาเป็นเพื่อนคลายเหงา แถมยังทำให้สาวๆ รู้สึกมั่นใจ และไม่เคอะเขินที่จะต้องไปไหนมาไหนคนเดียวอีกด้วย เอาเป็นว่าวันไหนที่ต้องออกจากบ้านคนเดียว อย่าลืมเปิดเพลงให้เป็นเพื่อนคลายเหงา

5.สามารถช่วยพัฒนาสมองได้

อย่างที่รู้กันว่าจะมีเพลงบางประเภทที่เรามักจะเปิดฟังในช่วงเวลาที่ต้องการสมาธิ หรือเวลาที่ต้องใช้สมองอย่างหนัก เพื่อพัฒนาสมองของเราให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งก็คงเป็นอย่างอื่นไม่ได้เลยนอกจากเพลงที่สาวๆ น่าจะรู้กันดีอย่างเพลงของโมซาร์ท ที่ยอมรับกันในวงการนักวิจัยทั่วโลกว่ามันสามารถช่วยเพิ่มไอคิวในเด็กได้ แถมยังเป็นมิตรต่อสมองและช่วยเพิ่มคลื่นสมองในส่วนที่เรียกว่า “แอลฟา” ที่ทำให้กระบวนการคิดมีประสิทธิภาพมากขึ้น และมีสมาธิกับเรื่องที่ต้องทำมากขึ้นอีกด้วยนะคะ ซึ่งนอกจากเพลงของโมซาร์ทแล้ว ยังสามารถฟังเพลงบรรเลง หรือเพลงคลาสลิกทั่วไปได้อีกด้วย

เสียงเพลงล้วนมีประโยชน์ และทำให้เราผ่อนคลายได้เป็นอย่างดี และไม่ว่าสาวๆ จะฟังเพลงประเภทไหน ฟังเพลงแนวไหน ภาษาอะไร ก็ล้วนเป็นประโยชน์เหมือนกันทั้งนั้น เพราะเชื่อว่าเสียงเพลง เสียงดนตรีไม่มีพรมแดนอย่างแน่นอน

10 อาชีพ เริ่มต้นธุรกิจทำเองได้ที่บ้าน

ปัจจุบันนั้นยังมีสถานการณ์การแพร่ระบาดอยู่ จึงอาจจะทำให้ชีวิตที่หลายคนคิดว่ามั่นคง อาจจะไม่มั่นคงอีกต่อไป และมีความเสี่ยงมากขึ้น ถึงแม้ว่าผู้เชี่ยวชาญหลายคนจะพูดว่า ปีใหม่นี้การรับมือกับวิกฤต COVID-19 จะดีขึ้น และเชื่อว่าภายในสิ้นปีนี้การระบาดจะจบลง แต่กว่าจะถึงจุดนั้นเราก็ต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อความอยู่รอด ในเมื่อหลายๆ ธุรกิจยังมีสัญญาณลดลง หรือจำกัดจำนวนพนักงาน หลายๆ คนเลยหันมา Work From Home กันมากขึ้น

ดังนั้น บทความนี้บางทีอาจจะเป็นไอเดียสำหรับคนที่กำลังอยากเริ่มต้นธุรกิจทำเองได้ที่บ้าน หรือทำเป็น part-time เสริมรายได้อยู่ที่บ้านในช่วงนี้ก็ได้ ที่สำคัญแต่ละธุรกิจยังมีต้นทุน (ทางการเงิน) ต่ำ เรียกได้ว่าแทบไม่ได้ใช้อะไรมาก แต่ใช้ skills ที่เราถนัดเต็มๆ

1.นัก D.I.Y หรืองานคราฟท์ต่างๆ (Handmade Crafts)
หลายคนชอบงานฝีมือ อะไรที่เกี่ยวกับแฮนด์เมดทุกอย่าง แต่ในยุคแบบนี้เราสามารถเปลี่ยนจากความชอบส่วนตัวมาเป็นธุรกิจได้ เพราะอินเทอร์เน็ตเป็น gateway ที่ดีมากสำหรับคนยุคดิจัล ดังนั้น โอกาสตรงนี้สำหรับคนที่ถนัดทางนี้ยังมีอยู่มาก ถ้าดูจากบางแพลตฟอร์ม หรือแม้แต่ใน Facebook group จะเห็นว่ามีการเปิดกลุ่มงานคราฟท์เพื่อซื้อ-ขายกันโดยเฉพาะเลย 

2.บริการจัดส่งสินค้า (Drop-Shipping Store)
ในยุคที่การซื้อขายเกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลาผ่านแพลตฟอร์ม e-commerce ขณะเดียวกันก็มีธุรกิจเดลิเวอรี่ หรือบริการจัดส่งสินค้าทั่วประเทศ-ทั่วโลกเกิดขึ้นด้วยเช่นกัน แต่ทุกๆ พื้นที่ใหญ่มักจะมีช่องเล็กๆ เสมอ ดังนั้น สำหรับคนที่สนใจและมีสกิลในการบริหารจัดการเส้นทางขนส่งได้ อาจจะเริ่มต้นธุรกิจจากพื้นที่เล็กๆ (ของตัวเอง) ก่อนและค่อยๆ ขยาย ที่สำคัญเราต้องหาช่องทางเล็กๆ นั้นให้เจอก่อนที่บริษัทใหญ่ๆ จะเห็น

3.นักเว็บดีไซน์เนอร์ (Website Design)
ธุรกิจนี้เป็นอีกหนึ่งอาชีพที่น่าสนใจ เพราะมีหลายๆ บริษัททั้งเล็กและใหญ่จำเป็นต้องจ้างนักออกแบบให้หลายๆ ขั้นตอน เช่น แพ็คเกจสินค้า, ตัวแคมเปญ, ตัวสินค้า รวมไปถึง ‘หน้าเว็บไซต์’ ซึ่งเป็นอีกหนึ่ง gateway ที่ต้องดึงดูดลูกค้าหรือกลุ่มเป้าหมาย ดังนั้น ธุรกิจนี้สามารถเริ่มต้นได้ที่บ้าน หรือที่ไหนก็ได้ มีแค่คอมดีๆ สักตัว อินเทอร์เน็ต โปรแกรมสเป็คแรงๆ และสกิลทั้งหมดจากประสบการณ์ที่เราสะสมมา แค่นี้ก็ทำเป็นอาชีพเป็นธุรกิจสร้างรายได้ได้แล้ว 

4.ติวเตอร์ (Private Tutor)
ด้วยความที่การแข่งขันมันสูงขึ้น ตั้งแต่การเรียนจนถึงช่วงการทำงาน ดังนั้น อีกหนึ่งอาชีพที่เราจะเห็นมากขึ้นก็คือ ‘ติวเตอร์’ ทั้งแบบกลุ่มและตัวต่อตัว และข้อดีของติวเตอร์คือ อยู่ที่ไหนก็สอนได้ทั้งแบบออนไลน์-ออฟไลน์ และบางทีติวเตอร์อาจไม่ได้มีใบรับรองการสอน(พิเศษ) ด้วยซ้ำไป แต่พวกเขาการันตีตัวเองด้วยวุฒิการศึกษา, เกรดเฉลี่ย, ประสบการณ์ ฯลฯ

5.กราฟฟิกดีไซน์เนอร์ (Graphics Designer)
สิ่งจำเป็นของบริษัทในยุคนี้ คือ ‘graphic art’ ดังนั้นไม่ต้องพูดถึงว่า กราฟฟิกดีไซเนอร์จะปอปปูล่ามากแค่ไหนในยุคนี้ ถ้าคุณมีสกิลในด้านนี้ ไม่ว่าจะออกแบบโลโก้, โบรชัวร์ แม้แต่งานที่ต้องดีไซน์ข้อมูลเป็น ‘อินโฟกราฟฟิก’ ก็จำเป็นมากสำหรับหลายๆ บริษัท คุณสมบัติที่นอกจากไอเดียและความครีเอทของเรา รวมถึงอุปกรณ์ (คอมฯ) ที่จำเป็น เราต้องเป็นคนที่บริหาร priority งานที่ได้รับมอบหมายให้เป็น และต้องไม่ลืมที่จะติดตามไอเดียใหม่ๆ และคู่แข่งอยู่เสมอด้วย 

6.ที่ปรึกษาด้านการตลาด (Digital Marketing Consultant)
การใช้สกิลเรื่องการตลาดด้วยการเป็นที่ปรึกษาจากที่บ้าน หรือ remote working สักที่ เป็นความใฝ่ฝันของใครหลายๆ คน ซึ่งหลายๆ ธุรกิจจำเป็นต้องพึ่งพาการปรึกษาจากกลุ่มคนเหล่านี้ เหตุผลหนึ่งก็เพราะว่า ‘ราคาปรึกษา’ จะถูกกว่าบริษัทรับปรึกษารายใหญ่ๆ

ผู้เชี่ยวชาญพูดสรุปง่ายๆ ก็คือ การเริ่มต้นธุรกิจด้วยอาชีพนี้เป็นอะไรที่เริ่มต้นทำได้เลย แค่เรามีทักษะเรื่องความเข้าใจเกี่ยวกับเนื้อหาโซเชียลมีเดีย และการปรับแต่งเว็บไซต์ให้ติดอันดับบนเครื่องมือการค้นหา (SEO) แค่นี้ก็ลุยได้เลย

7.ผู้ช่วยเสมือน (Virtual Assistant)
สำหรับคนที่มีความสามารถในการจัดแจง บริหารจัดการหลายๆ อย่างก็สามารถเริ่มธุรกิจได้จากที่บ้าน ด้วยการเป็น ‘ผู้ช่วยเสมือน’ แค่ใช้สกิลในการบริหารข้อมูลให้เป็นระบบในคอมฯ เช่น ตั้งเวลาประชุม, การจัดการกับอีเมล์, การสนับสนุนลูกค้า เป็นต้น อย่างน้อยๆ การที่บริษัทจ้างผู้ช่วยเสมือน(เพิ่มเติม) ก็เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการทำงานให้มัน flow ขึ้นมาก

8.บริการรับแปล (Translation Services)
เข้าทางเลย! สำหรับคนที่เชี่ยวชาญในเรื่อง ‘ภาษา’ ยิ่งสมัยนี้โลกเรามันไร้พรมแดน ดังนั้นภาษาถือว่ามีความสำคัญมาก ซึ่งเราสามารถเริ่มต้นธุรกิจ ‘บริการรับแปล’ จากที่บ้านได้ ไม่ว่าจะเป็นแปลเอกสาร, การถอดเสียง(สัมภาษณ์), แปลงจดหมายจากไทยเป็นภาษาต่างประเทศ เป็นต้น แค่คอมพิวเตอร์ หรือ iPad เครื่องเดียวก็อยู่ได้สบาย และยิ่งถ้าเราได้ใบรับรองจากสถาบันด้านการแปลโดยเฉพาะ รายได้ก็ยิ่งเข้ามาไม่ยาก

9.รับปรึกษาออนไลน์ (Online Consulting Business)
ปัจจุบันมีหลายคนมากที่อยากจะเริ่มต้นธุรกิจ ผันตัวเองมาเป็น start up บ้างแหละ ดังนั้นบางทีคัมภีร์ที่เราหาอ่านจากอินเทอร์เน็ตมันก็อาจจะไม่เพียงพอ หรือจะเลือกวิธีการ take course เตรียมตัวเป็นผู้ประกอบการบางทีก็มีราคาแพง ซึ่งโอกาสของเราที่ทำได้สำหรับคนที่มีประสบการณ์ด้านการให้คำปรึกษามามาก

พวกเขาสามารถเริ่มต้นธุรกิจด้วยการเป็นที่ปรึกษาด้านต่างๆ ทางออนไลน์ได้ ไม่ว่าจะเป็น ที่ปรึกษาด้านการตลาด, ที่ปรึกษาด้านการเงิน, ที่ปรึกษาด้านความรัก ฯลฯ สิ่งสำคัญที่ดึงดูดลูกค้าของคุณได้ก็คือ ‘เครือข่าย’ ทั้งรายบุคคลและธุรกิจ

10.นักเขียนคอนเท็นต์ (Content Writing)
ด้วยความที่งานเขียนเป็นประเภทงานที่มีความหยืดหยุ่นสูงมาก และค่อนข้างอิสระ ดังนั้น การเป็นนักเขียน ทั้งบล็อกเกอร์เรื่องต่างๆ เช่น การเล่นหุ้น, การท่องเที่ยว, กูรูด้านความรัก ฯลฯ คำแนะนำเหล่านี้ยังไงก็ยังคู่กับการอ่าน เพราะเห็นชัดเจนเป็นตัวอักษร ไม่ใช่เน้นแค่ภาพและเสียง นี่จึงเป็นเสน่ห์ของงานเขียนที่ยังไม่ล้าสมัย

บางทีคนที่มีคุณสมบัติเป็นนักเขียนที่ดี ก็ไม่จำเป็นต้องได้วุฒิสูงๆ หรือเรียนจบตรงสาย แค่มันคือความสามารถพิเศษในการถ่ายทอดเรื่องราว, การเรียบเรียง, การจินตนาการ และการมีวินัยตรงต่อเวลาตาม deadline งานที่ได้รับ เป็นต้น